แนะนำร้านอาหาร Buffet เกาหลี Ko Chu Jang ทองหล่อ ซอย 20 จ้า

       วันเสาร์ว่างๆ หลังจากเหนื่อยมาทั้งอาทิตย์ ได้เวลาตบรางวัลให้ชีวิตพนักงานกินเงินเดือนกันหน่อย ช่วงนี้คนใกล้ตัว (รวมผมด้วย 555) เกิดอาการ “Korea Fever” จากรายการเกมส์โชว์รายการนึง (We got married ว่างๆค่อยเขียนถึงอีกที) เพราะฉะนั้น ช่วงนี้เวลาอยากกินอะไรขึ้นมาเนี่ย อาหารเกาหลีจะมาเป็นตัวเลือกต้นๆเลย (ฟังเพลงเกาหลี + จะหัดอ่านภาษาเค้าอีกต่างหาก 555)

       ร่ายมายาว เอาเป็นว่า จากเหตุผลทั้งหลาย (ความจริงมันมีข้อเดียว) เลยตกลงใจว่า “เสาร์นี้ หาร้านอาหารเกาหลีกินกันดีฝ่า” ปัญหาตามมาคือ ไม่รู้จักสถานที่อ่ะ จะไปไหนดีหว่า? เลยเอาง่าย ไปร้านที่เคยไปละกันคือร้าน “Ko Ki Jib” ทองหล่อ ซอย 20 นั่นเอง เพราะเคยไปมา 2-3 ครั้งละ น่าจะโอเค
       ขับรถมาถึงหน้าร้าน ก็เกิดอาการ “อ้าว ร้านนี้มันไม่ได้ชื่อ Ko Ki Jib แล้วแฮะ” ป้ายหน้าร้านขึ้นว่า ร้าน “Ko Chu Jang” แทน !!! อ้าว ทำไงดีฟะเนี่ย T_T แต่ไม่เป็นไร ลองเข้าไปดูละกัน พอเข้าไปในร้านก็เลยถามน้องพนักงานร้านได้ความว่า “ร้านนี้เปลี่ยนชื่อร้านแล้ว แต่ไม่ได้เปลี่ยนรายการอาหาร”

บรรยากาศ:

       Ko Chu Jang เป็นร้านอาหารไม่ใหญ่ ขนาดประมาณ 20 โต๊ะ (พนักงานร้านบอกมา แต่เท่าที่เห็นด้วยตา มันไม่น่าจะถึงนะเนี่ย) ร้านตกแต่งสไตล์ modern หน่อยๆ ดูหรูนิดๆกว่าร้านอาหารทั่วไป (มาตรฐานผมอ่ะนะ) แต่ชอบที่ร้านจะค่อนข้างโปร่งครับ เพราะผนังเป็นกระจก น่านั่งดีทีเดียว (มาตรฐานผมอีกเช่นกัน)

       สำหรับที่นั่งในร้าน เลือกได้ 3 แบบคือแบบนั่งโซฟา (เหมาะสำหรับนั่งเป็นคู่) แบบนั่งเก้าอี้ (อันนี้มาเป็นก๊ก นั่งได้หลายคน) กับแบบนั่งพื้น (เรียกไม่ถูก เหมือนนั่งกินร้านยากินิคุของญี่ปุ่น ที่นั่งบนเบาะล้อมรอบเตาปิ้ง ประมาณนั้น) ส่วนตัวผมชอบนั่งโซฟา เลยเลือกนั่งติดหน้าต่างเลย 555
ที่นั่งในร้าน (ไม่เห็นบรรยากาศหรอกนะครับ เน้นนางแบบ)

เมนู:

       ร้านนี้จุดขายคงอยู่ที่ความเป็น Buffet ปิ้ง-ย่าง เกาหลี (แต่แปลกใจนิดๆที่หน้าร้านนี้ดันเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Yakiniku สงสัยว่าย่านนี้คนญึ่ปุ่นเยอะกว่ามั้ง) ราคาที่บอกหน้าร้านเลยคือ 299 บาทไม่รวมเครื่องดื่ม และ service charge ถือว่าแพงมัย อันนี้แล้วแต่คนมองครับ แต่ผมว่าราคาก็ไม่แพงแล้วล่ะมั้ง 555 (ในแง่มาตรฐานทั่วไป น่าจะถือว่าถูกเลยล่ะ) แต่พอเข้ามที่ในร้านจริงๆ มันจะมีชุด Buffet อีกชุด ราคา 399 บาท ซึ่งมีข้อแตกต่างระหว่างชุด 299 กับ 399 ที่เห็นได้คือ
  • ความหลากหลายของเนื้อ (ทั้งหมู และเนื้อ)
  • คุณภาพของเนื้อ (ไม่ได้หมายความว่าชุด 299 ใช้เนื้อไม่ดีนะ แต่แค่จำกัดส่วนเนื้อเท่านั้นเอง)
  • เมนูเครื่องเคียงอื่นๆ นอกเหนือจากหมู และเนื้อ เช่น ข้าวยำเกาหลี หรือซุปกิมจิ ที่ไม่มีใน set 299

       ซึ่งอันนี้แล้วแต่คนเลยครับ ว่าอยากกินแบบไหน ถ้าอยากกินหมูย่างเกาหลีอย่างเดียวไม่เน้นเครื่องเคียง ก็เลือกชุด 299 บาท แต่ถ้าอยากลองเมนูอื่นด้วย ก็ลองเลือกชุด 399 ดู ส่วนตัวผมว่าคุ้มนะกับการเพิ่มเงินอีก
100 บาทสำหรับกินของอย่างอื่นด้วยเนี่ย (อันนี้อย่างที่บอก ต้องแล้วแต่ความชอบละครับ)
เริ่มสั่ง (ลุย!!!)
       วันนี้ทุ่มสุดตัว สั่งชุด 399 มาลอง อยากลองข้าวยำเกาหลีอ่ะ 555 (ความอยากครอบงำ ตอนจ่ายตังนี่หน้ามืดเลยทีเดียว T_T) ซึ่งพอเราสั่งพนักงานแล้ว เค้าก็จะเริ่มจุดเตา (แน่ล่ะ ไม่จุดจะย่างยังไง) จากนั้นอาหารต่างๆก็จะถูกนำมาวางจนเต็มโต๊ะกันเลยทีเดียว เริ่มจากชุดกิมจิ ซึ่งมีหลากหลายดีทีเดียว แต่คงไม่เยอะเท่าหลายๆร้านที่เคยเห็นมา (แน่นอน ยังไม่มีตังไปลอง อ่านรีวิวอื่นๆอย่างเดียว 555) เพราะที่อื่นๆ มีกิมจิเกือบ 10 อย่าง แต่ที่นี่ ที่เห็นมาล่าสุดมี 5 อย่างตามรูปเลยครับ
กิมจิ

ส่วนตัวชอบกิมจิแดงกับกิมจิแตงกวานะ อร่อยดี (แถวที่ 2 ทั้งคู่เลย) แนะนำครับ จากนั้นก็ลองสั่งพระเอกของงานที่อยากกิน (จนยอมสั่งชุด 399 นี่แหละ) คือสิ่งนี้ครับ

ข้าวยำเกาหลี, Bibimbub
หน้าตาข้าวยำเกาหลี (Bibimbub) ของร้าน Ko chu jang
ข้าวยำเกาหลีหรือ Bibimbub นั่นเอง เคยอ่านรีวิวจากที่อื่นๆมา หลายเสียงบอกว่า ข้าวยำเกาหลีค่อนข้างเค็ม + เปรี้ยว เลยหวั่นๆเหมือนกัน แต่สำหรับจานนี้ลองดูแล้ว ติดใจมาก (สั่งเบิ้ลอีกต่างหาก 555) ไม่รู้ร้านอื่นๆรสชาติยังไง แต่ร้านนี้ผมชอบนะ ครั้งแรกสำหรับข้าวยำ 555 พอได้มาก็คลุกให้เข้ากันหน่อย แล้วโซ้ยเลย แนะนำครับเมนูนี้
อย่างที่ 2 ที่อยากลองคือเมนูนี้ครับ แกงกิมจิหรือ Kimchi jiigae หน้าตาแบบนี้

แกงกิมจิ (Kimchi jiigae) ของร้าน Ko chu jang
หลายๆที่บอกว่ารสชาติจะเหมือนแกงส้มบ้านเรา ส่วนตัวผมว่าจะว่าคล้ายก็คล้ายนะ รสเปรี้ยวๆเหมือนกัน ไม่เผ็ด แต่ก็อร่อยไปอีกแบบ (บังเอิญว่าชอบทั้ง 2 อย่าง 555) เมนูนี้ก็อร่อยเช่นกัน (บังเอิญตอนที่สั่ง สงสัยได้แกงที่ค้างก้นหม้อ รสชาติเลยเข้มข้นมาก อร่อยสุดๆ แต่พอสั่งชามที่ 2 สงสัยทำใหม่มั้ง เลยไม่เข้มเท่าเดิม แต่ยังอร่อยอยู่นะครับ)
จากนั้นก็สั่งอันนี้มา อร่อยมาก แนะนำอีกอย่างนึงเลย คือนี่ครับ ข้าวปั้นเกาหลี (Kimbub)

หน้าตาข้าวปั้นเกาหลี (Kimbub) ไม่ต่างจากญี่ปุ่นเนอะ

เมนูนี้ ผมก็ชอบอีกอ่ะ 555 อร่อยดี รสชาติมันครบเลยในคำเดียว ไม่ต้องจิ้มโชยุหรือวาซาบิเหมือนญี่ปุ่น ซึ่งถ้าเทียบก็ต้องบอกว่า อร่อยคนละแบบอีกเหมือนกัน (สรุป ใครลอกใครหว่า?) และอีก 1 ของทานเล่นที่สั่งมาอีกทุกครั้งเลยคือนี้ครับ ข้าวแท่งผัดซอสพริกแดงเกาหลี หรือ tteokbokki อ่านง่ายๆว่า ต๊อกโปกิ

“ต๊อก” ภาษาเกาหลี แปลว่า แท่งแป้งข้าวเหนียว

เมนูนี้ก็ชอบอีก 555 ตอนแรกที่เคยกินตอนเป็นร้าน Ko Ki Jib รสชาติจะไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ เพราะมันค่อนข้างเลี่ยน แต่ตอนนี้เหมือนกับเค้าปรับรสชาติ (ไม่รู้ให้ถูกปากคนไทย หรือให้มันเหมือนเกาหลีมากขึ้น เพราะตอนนี้รสชาติของเมนูนี้ เผ็ดขึ้นเยอะครับ ผมชอบ 555)
ความจริงของกินเล่นมีอีกเยอะ แต่วันนี้ได้สั่งแค่นี้แฮะ วันหลังค่อยมาลองอีก
เมนูหลัก หมูย่าง ซางชู:
       กินของกินเล่นซะเพลินเลย พอเนื้อหมูที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ ก็เริ่มตึงๆท้องแว้ว แต่ก็นะ จุดมุ่งหมายหลักคือการมากินหมูย่าง เพราะงั้นต้องกินต่อครับ 555

       เนื้อที่ร้านนี้มีให้เลือกทั้งเนื้อทั้งหมู คุณภาพเนื้อคงไม่พูดถึง (เพราะวัดไม่เป้นอ่ะคุณภาพ เอาเป็นรสชาติ และรสสัมผัสละกัน) ตอนแรกที่ยังเป้นร้าน Ko Ki Jib ที่เคยมากินครั้งแรก รู้สึกว่าเนื้อหมูที่นี่คุณดีมาก (รู้สึกนะ) จำได้ว่าเค้าบอกว่าเป็นเนื้อนำเข้า (ทางร้านว่างั้นนะ) แต่ไม่มีการหมักมานะครับ ถ้าอยากหมักก็ต้องเทซอสที่เตรียมไว้หมักเองตรงนั้นเลย รสชาติเนื้อเลยจะจืดๆหน่อย แต่อร่อยนะ
       ส่วนตอนนี้สำหรับร้าน Ko Chu Jang นั้น เนื้อของที่นี่หมักเอาไว้ให้แล้ว เลือกสั่งได้ครับ หมักเอาไว้หลายแบบเลย (หรือจะสั่งแบบไม่หมักก็ได้เช่นกัน) แต่ที่ผมชอบจะเป็นเนื้อหมูหมักซอสโชจู สูตรเกาหลี มันจะมีรสชาติหน่อย อร่อยดีนะ หน้าตาแบบนี้

เนื้อหมูหมักซอสโชจู กับหมูสามชั้นสำหรับคุณผู้หญิงครับ
       หมูและเนื้อที่นี่นุ่มดีครับ อร่อยเลยล่ะ ยิ่งหมักซอสด้วยนี่ยิ่งชอบ (อย่างที่บอกไว้ครับ ใครไม่ชอบทานแบบหมัก ก็สั่งแบบไม่หมักได้นะ) พอย่างเสร็จ ต้องกินแบบเกาหลีหน่อย ห่อกับผักสักนิด จิ้มน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสำหน่อย อร่อยโฮก!!! ขอบอก!!!
สรุป: คุ้มอยู่นะ 555

       สำหรับรีวิวนี้ สรุปว่า ร้าน Ko Chu Jang สำหรับผมอร่อยนะ ราคาคุ้มค่าดีทีเดียว สำหรับท่านที่อยากลองหมูย่างเกาหลี และของกินเล่นอื่นๆ ร้านนี้เหมาะสำหรับการเริ่มต้น (เพราะราคาไม่แพงมาก Buffet อีกต่างหาก อีกอย่าง ผมมันก็เพิ่งเริ่มต้นเหมือนกัน 555) ถ้าคนที่ชอบกินของกินเล่นอย่างผมเนี่ย ท่าทางต้องเลือกชุด 399 จะคุ้มกว่านะ เพราะต่างกับชุด 299 แค่ 100 บาท แต่ได้ของกินเล่นอย่างข้าวยำเกาหลี หรือแกงกิมจิเนี่ย คุ้มสุดๆแล้วครับ (ข้าวยำจานละ 180 แกงกิมจิถ้วยละ 120 ถ้าสั่งแยกนะ) ส่วนราคาเครื่องดื่ม จำไม่ได้ 555 น่าจะประมาณ 25-30 บาทสำหรับน้ำอักลม แต่น้ำเปล่าขวดละ 20 บาทครับ
ราคา:
       ไปกัน 2 คน Buffet 399 น้ำอัดลม 3 ขวด น้ำเปล่า 1 ขวด น้ำแข็ง 1 ถัง + service charge และ VAT ตก 1081 บาท (แพงมั้ยแล้วแต่มุมมองครับ)
คำเตือน:
  • ในกรณีที่ท่านสั่งหมู 3 ชั้นมาด้วย ระวังน้ำมันกระเด็นจากเตาครับ ผมโดนไปหลายดอกอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นเนื้ออย่างอื่นเนี่ย โอเคนะ
  • ถ้าท่านสั่ง Buffet 399 แล้วได้ลองปลาหมึกหมักซอสโชจู ตามรูปนะครับ เมนูนี้มันจะจัดอยู่คนละหน้ากับของปิ้งย่าง (เหมือนของทานเล่น) แต่ความจริงมัน “ดิบ” นะครับ ถ้าไม่อยากลิ้มรสปลาหมึกดิบเหมือนผม ปิ้งก่อนน่าจะเข้าท่ากว่านะครับ (รสชาติปลาหมึกดิบๆนี่มันก็แปลกๆนะ แต่เอาวะ ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้กินปลาหมึกดิบ เพราะดันนึกว่ามันสุกแล้ว 555)

หน้าตาแบบนี้ อย่าคิดว่ามันสุกนะครับ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s